ใกล้เข้าเดือนเมษายน อากาศร้อนจัดแบบนี้ ขอเล่าความลับเรื่อง ยางกับความร้อน ที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้

ช่วงนี้อากาศเริ่มร้อนระอุทะลุ 35-40 องศา พอใกล้จะถึงหน้าเทศกาลเดินทางในเดือนเมษายน หลายคนชอบมาถามผมว่า “เฮ้ย ขับรถทางไกลตอนถนนร้อนๆ แบบนี้ ยางมันจะระเบิดป่าววะ” ในฐานะคนที่คลุกคลีอยู่กับเรื่องยางรถยนต์มาตลอด คือว่าอุณหภูมิที่ร้อนปรี๊ดเนี่ย มันส่งผลยังไงกับยางเราบ้าง

รู้ไหมครับว่าในมุมของวิศวกรรมยานยนต์ ความร้อนไม่ได้น่ากลัวเสมอไป ยางรถยนต์มันต้องการ “อุณหภูมิการทำงาน” ระดับนึงนะถึงจะแสดงประสิทธิภาพได้ดีที่สุด

  • หนึบขึ้น เกาะถนนขึ้น พอถนนร้อน เนื้อยางของเรามันจะนุ่มลงและยืดหยุ่นขึ้นครับ ทำให้หน้ายางแผ่แนบสนิทไปกับพื้นถนนได้เต็มที่ จังหวะเบรก หรือจังหวะสาดโค้งบนถนนแห้งๆ จะรู้สึกเลยว่ารถเกาะถนนมั่นใจขึ้น (อารมณ์เหมือนรถแข่งที่ต้องขับส่ายไปมาเพื่อวอร์มยางให้ร้อนก่อนแข่งนั่นแหละครับ)

  • เครื่องร้อนไว พร้อมลุย ถ้าเป็นหน้าหนาว ยางจะแข็งกระด้างในช่วงแรกๆ ที่ขับ แต่พอเป็นหน้าร้อน ยางจะปรับตัวเข้าสู่อุณหภูมิที่พร้อมใช้งานเร็วมาก ขับออกจากบ้านแป๊บเดียวก็นุ่มหนึบแล้ว

ความร้อนส่งผลอะไรกับยางรถยนต์ ถ้าเราทำเรื่องพวกนี้

ความร้อนจะอันตรายก็ต่อเมื่อมันไปเจอกับ การดูแลที่ผิดวิธี หรือ ยางที่หมดสภาพ

  • ลมยางขยายตัวจนแข็งเกิน ง่ายๆเลย อากาศร้อน ลมข้างในก็ขยายตัว ถ้าเราเติมลมแข็งไปแต่แรก หน้าสัมผัสยางมันจะโป่งออกตรงกลาง ทำให้ขับแล้วรถเด้ง กระด้าง แถมกินดอกยางตรงกลางไวขึ้นด้วย

  • ความร้อนสะสม + ยางเก่า ถ้ายางที่เราใช้มันเก่าจนเนื้อแข็ง ดอกหมด หรือมีรอยปริแตกอยู่แล้ว การเอาไปวิ่งทางไกลในหน้าร้อนจะเกิด ความร้อนสะสมที่แก้มยางสูงมาก นี่แหละครับสาเหตุหลักที่ทำให้ยางบวม หรือโครงสร้างรับไม่ไหวจนระเบิด

Checklist ทริกดูแลยางฉบับคนกันเองก่อนที่คุณเดินทางไกล

เพื่อให้สงกรานต์นี้ทุกคนขับรถเที่ยวกันแบบสบายใจ ผมขอฝาก 3 ข้อเน้นๆ ที่ทำได้เองง่ายๆ

  1. เช็กลมยางตอนยางเย็น เท่านั้น ตื่นเช้ามาเช็กเลย หรือถ้ารถวิ่งมาแล้วก็จอดพักสัก 3 ชั่วโมงค่อยวัด จะได้ค่าลมยางที่เป๊ะและชัวร์ที่สุดครับ

  2. อย่าปล่อยลมยาง เพื่อลดความร้อนเด็ดขาด อันนี้เจอบ่อยมาก ความเชื่อที่ว่าอากาศร้อนให้ปล่อยลมยางออกนิดนึงคือผิดมาก พอยางแบน แก้มยางมันจะย้วยและบิดตัวเสียดสีกับถนนหนักกว่าเดิม กลายเป็นสร้างความร้อนสะสมบวกเข้าไปอีกจ้า คราวนี้แหละเสี่ยงระเบิดของจริง ควร เติมลมตามสเปกข้างประตูรถไปเลย จบและชัวร์สุด ถ้าบรรทุกของหนักค่อยบวกเพิ่มสัก 1-2 PSI

  3. เดินวนดูรอบรถสักรอบ ก่อนสตาร์ท ก้มดูแก้มยางนิดนึงว่ามีรอยแตกลายงาลึกๆ รอยเบียดฟุตบาท หรือมีตะปูเสียบคาอยู่ไหม แล้วเช็กดอกยางด้วยว่าสึกถึงสะพานยางหรือยัง ถ้ายางไม่ไหวก็เปลี่ยนเถอะครับ อย่าเอาชีวิตไปเสี่ยงกับยางหมดสภาพเลยนะครับ

สรุปสั้นๆ อากาศร้อนช่วยให้ยางเกาะถนนแห้งได้ดีขึ้นจริงครับ แต่มีข้อแม้ว่า สภาพยางต้องพร้อม และลมยางต้องเป๊ะ เตรียมตัวกันให้ดีตั้งแต่ตอนนี้นะครับ เมษายนนี้จะได้ขับรถเที่ยวแบบหล่อๆ สบายใจ ปลอดภัยตลอดทริปครับ

เปลี่ยนยางครั้งหน้าเลือกยางรถยนต์เวสต์เลค นะครับ