รู้หรือไม่ว่าอุบัติเหตุบนท้องถนนส่วนหนึ่ง เกิดจากความผิดปกติของ “ยางรถยนต์” ซึ่งเป็นชิ้นส่วนเดียวของรถที่สัมผัสกับพื้นถนน

หลายคนคิดว่าการตรวจสภาพรถเป็นเรื่องยุ่งยากและต้องพึ่งพาช่างเสมอ แต่ความจริงแล้ว การเช็กยางรถยนต์เบื้องต้น ใช้เวลาไม่ถึง 1 นาทีเท่านั้น! เสียเวลาเดินดูรอบรถสักนิด ดีกว่าต้องมานั่งเสียใจเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันกลางทาง มาดู 3 ขั้นตอนง่ายๆ ที่คุณทำได้ด้วยตัวเองทุกวันกันครับ

 

 

3 ขั้นตอน เช็กยางรถยนต์ ด้วยตัวเองง่ายๆ ก่อนสตาร์ทรถ

1. เช็กลมยาง ให้พอดีตามมาตรฐานข้างประตู
ลมยางที่อ่อนหรือแข็งเกินไป ล้วนส่งผลเสียต่อการขับขี่และอายุการใช้งานของยาง หากลมอ่อนไป ยางจะเกิดความร้อนสะสมสูง เสี่ยงต่ออาการ ยางระเบิด ได้ง่าย แต่ถ้าลมแข็งไป รถจะเกาะถนนน้อยลงและกระด้าง

ผมขอแนะนำ: ไม่ต้องเดาว่าควรเติมลมเท่าไหร่ ให้ดูตัวเลขมาตรฐานจาก “แผ่นป้ายข้างประตูฝั่งคนขับ” และควรเช็กลมยางในขณะที่ยางยังเย็นอยู่ จะได้ค่าที่แม่นยำที่สุด

2. เช็กสิ่งแปลกปลอม ระวังตัวการทำยางรั่วหรือระเบิด
ก่อนขึ้นรถ ให้กวาดสายตามองหน้ายางทั้ง 4 เส้นอย่างรวดเร็ว ว่ามีสิ่งแปลกปลอมทิ่มตำอยู่หรือไม่ เช่น ตะปู นอต เศษกระจก หรือหินก้อนใหญ่ที่ฝังลึกในร่องดอกยาง

ผมขอแนะนำ: หากเจอเศษหินเล็กๆ ให้เขี่ยออกเพื่อลดเสียงดังเวลาขับขี่ แต่ถ้าเจอ “ตะปู” ตำอยู่ ห้ามดึงออกเด็ดขาด เพราะลมจะรั่วออกอย่างรวดเร็ว ให้ค่อยๆ ขับไปที่ศูนย์บริการหรือร้านยางเพื่อทำการปะยางทันที

3. เช็กความผิดปกติของแก้มยาง และสังเกตอาการขณะขับขี่
บริเวณ “แก้มยาง” เป็นส่วนที่บอบบางที่สุด หากพบรอยปูดบวม รอยแตกลายงา หรือรอยฉีกขาดจากการเบียดฟุตบาธ ควรรีบเปลี่ยนยางเส้นใหม่ทันที นอกจากนี้ เมื่อขับรถออกไปแล้ว ให้หมั่นสังเกตความรู้สึกขณะขับขี่ด้วย

ผมขอแนะนำ: ถ้ารถมีอาการพวงมาลัยสั่น ขับแล้วรถกินซ้าย-ขวา หรือมีเสียงหอนดังมาจากซุ้มล้อผิดปกติ นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าหน้ายางสึกหรอไม่เท่ากัน หรือช่วงล่างมีปัญหา ควรนำรถเข้าเช็กศูนย์บริการโดยเร็ว

 

เพียงแค่ 1 นาที กับ 3 ขั้นตอนง่ายๆ เช็กลม – เช็กสิ่งแปลกปลอม – เช็กความผิดปกติ ก็ช่วยให้คุณและครอบครัวเดินทางได้อย่างปลอดภัย มั่นใจทุกเส้นทาง อย่าลืมว่าการใส่ใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆด้วยนะครับ